วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สมองกับสองเท้า


สองมือ  สมอง และสองเท้า
หลายวันมานี้ เก็บตัวอยู่กับการอบรมตั้งแต่ 8.30-22.00น.เป็นเวลา 4 วัน เพื่อพัฒนานาตัวเองไปสู่การเป็นกระบวนกรที่ดี(มันอ่านว่า..."กระ บวน กอน" มาจาก คำว่า ผู้จัดกระบวนการ อย่างมีส่วนร่วม)
พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการผ่านคอร์สที่สี่...ของปีนี้
มันเป็นเป็นเรื่องยากเลยล่ะ สำหรับคนที่สื่อสาร ไม่เก่งอย่างฉัน แต่นั่นละ สวมหัวใจเสือมาเรียนแล้ว...ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ จริงไหม..
ผ่านการฝึกแต่ละขั้น ด้วยอาการ..เกือบทุลักทุเล  แต่ผลงานก็ออกมา เป็นที่น่าทึ่ง(ได้อย่างไรไม่รู้)
หลายครั้งที่ต้องพูด ต้องสื่อสารลำพัง..ตามกำหนดกฏกติกาต่อหน้าคนจำนวนมาก ที่คอยวิเคราะห์ กระบวนการคิด และ วิธีการนำเสนอเราอยู่  ยากนะสำหรับคนที่ไม่มีชั่วโมงบินอย่างฉัน...และก็ยังยาก สำหรับอาจารย์มหาลัยบางคน
หลายคนให้ความเห็นว่า...มันก็ยากด้วยกันทั้งนั่นเมื่อต้องพูด ในเรื่องที่ไม่คุ้นเคย ต่อกลุ่มคนที่มีระดับความสามารถสูง... นั่นล่ะ..ฉันก็ค้นพบตัวเองว่า..ฉันสวมใจเสือออกไปแล้วและดีใจเมื่อประสบความสำเร็จ..เกินคาด
แน่นอนว่า..เรื่องใกล้ตัวเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกมาพูด ง่ายที่สุด...
แล้วเรื่องที่ฉันเลือก...ก็ คือ...ความรักนั่นเอง...
เนื่องในวันแม่....
ความรักครั้งนี้..สะท้อนมาตั้งแต่วัยเด็ก..ขมวดปมปัญหาของชีวิต..จนเติบโตเป็นวัยรุ่น กับความรู้สึกภายใน..ที่คุกรุ่น กับปัญหาที่ไม่คลาย
การสะสมความคิด อยู่ภายใน เดินทางมาจนถึง จุดพลิกผัน..หรือที่หลายคนเรียกว่า..จุดคลิก..กลับกลายเป็น แว้บเดียวที่คลายปมปัญหาทั้งชีวิต นำมาสู่ ความนิ่งภายในและค้นพบสิ่งเติมเต็มในชีวิต
การมองในแง่บวก อาจเป็นพื้นฐานของความคิด...แต่เมื่อประกอบกับการมองเชิงเปรียบเทียบเอาตัวเองไป แทนที่แล้ว...ปัญหานั่น ก็คลี่คลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที....
เมื่อเราต้องให้หลายคนถอดวิธีคิดและวิธีนำเสนอ..แน่นอนว่า..สมองฉันอาจไม่มีรูปแบบทฤษฎีใดรองรับได้ตรงเป๊ะ..
เพราะเหมือนเชื่อมร้อยเอา..หลายๆทฤษฎีเข้าด้วยกัน..แล้วฉีกตัวเองออกไป  เพื่อพบทางออกในมุมที่คาดไม่ถึง
ชีวิตฉันเลยเป็นเรื่องที่หลายคนเริ่มสนใจ..กับมุมมองในแง่เร้ากุศล..และ...แหวกแนว
การแหวกกรอบอาจไม่ใช่เรื่องแปลก หากฉันไม่ใช่คนชนิดที่ชอบทำอะไรซ้ำๆ...คิดอะไรในกรอบเดิมๆ..
แต่เมื่อพบภาวะกดดัน..สมองฉันกลับผลักดัน..ไปอีกระดับ จนเหนือความคาดหมายและเชื่อว่าหลายคนมีภาวะนี้เช่นกัน
ทางตัน แทบไม่ใช่คำตอบสำหรับคนอย่างฉัน..การตัดสินใจที่เฉียบขาดแล้วก้าวออกไป...พร้อมกับการรับมือพร้อมรุก...ตลอดเวลา...กลับเป็นสิ่งที่ฉันทำ
บางที..รูปแบบสมองที่ซ่อนอะไรไว้บางอย่างเป็นสิ่งที่ ต้องค้นหา..ว่า..สมองฉันทำงานอย่างไรกันแน่...
ภาวะกดดันกลับเสริมศักยภาพคนๆหนึ่งให้สูงขึ้นฉับพลันและทำได้ดี..แต่ในมุมกลับ...มันส่งผล..ให้เราน่ากลัว..ขึ้นหรือเปล่านะ..อาจเพราะโชคช่วยหรืออะไรก็แล้วแต่...เมื่อเกิดซ้ำๆๆ..กับทางรอด...และ..โจทย์ที่ได้รับ..มันกลายเป็นความท้าทาย นั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ..กับตัวผู้เรียนและตัวผู้สอน..
กว่าจะจบคอร์สนี้ในหนึ่งปี..อาจจะพบฉันในมุมที่ แหวกออกไป..
ฉันอาจค้นพบอะไรใหม่ๆ...ให้กับตัวเอง...
อะไรนะ..ที่จะคอยเป็นคำตอบให้ตัวเรา..
อะไรนะ..ที่ฉันคิดแบบนี้..
นอกจากนี้..ฉันอาจเรียนรู้จะเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น..ด้วย
บ่อยครั้งที่ฉันกลัว...หวาดผวา...กับบางสถานะการณ์
แต่การเดินเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง..กลับทำให้เราเห็น..มุมที่ต่าง ลดภาวะกดดัน...ได้ดี
บางทีเราไม่จำเป็นต้องยืนในมุมที่เคยยืนอยู่เสมอ..
แต่เราก็สามารถมองเห็น..อะไรจากมุมอื่น..

ทางออกร้อยแปดพันเก้า..มีอยู่...ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้..เพียงแต่คุณหามันเจอหรือไม่
ด้วยสองมือสมองและสองเท้า
สำคัญอยู่ที่ว่า.....คุณตอบตัวเองได้หรือยังว่า....ทำดีที่สุดแล้วหรือยัง...
ที่สุดของศักยภาพของคุณอยู่ตรงไหน..
ถ้ายัง...ลองมาเรียนรู้  สิ..
ว่า..แท้จริงแล้ว ศักยภาพของตนเอง...เติบโตไปในทิศทางไหน
ขอตัวไปนอน..พรุ่งนี้ ไปอบรมต่อ..
หอพักดีๆ มีไม่ชอบ..หนีกลับบ้านซะงั้น..
เลิกเรียนก็ดึก..ยังต้องตื่นถ่างตาไปแต่เช้าอีก..
เรื่องง่ายๆ..ไม่ชอบ...ชอบเรื่องยากๆ..นะคนเรา
ปล. บันทึกก่อนวันจบคอร์ส..."ทักษะการเป็นกระบวนกร" 12 สิงหาคม 2550

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น